2 เดือนก่อน..
อาการที่เกิดขึ้นที่ไม่เคยเป็นคือ"โรคเฉื่อย" ไม่อยากขยับตัวทำอะไร
ไม่อยากพูดคุยกับใครเท่าที่ควร จากที่ปกติคนจะว่าประจำว่า"ไฮเปอร์"ก็กลายเป็น"อะไรก็ไม่รู้"
งานการไม่อยากทำ หงุดหงิด หาเรื่องชาวบานแล้วก็วีนแตกไปทั่ว
ตอนแรกคิดว่าเพราะใกล้เป็นประจำเดือน ทำไปทำมามันยืดเยื้อ
นั่งสมาธิ สวดมนต์ก็ไม่ได้อย่างที่เคยเป็น...
เดือนล่าสุดนี่ยิ่งไปใหญ่ เบื่ออาหาร ทานอะไรนิดหน่อยก็อยากอาเจียน
นั่งอยู่เฉยๆ น้ำตาจะไหล
ได้คุยกับ"พริส" บอกว่ากำลังจะกลับมา โอยนับถอยหลังทุกวัน..เมื่อไหร่มันจะถึงสักที
ตอนอยู่เมืองไทยก็ไม่ค่อยได้เจอ ได้คุยกัน พอมันย้ายไปปุ๊บ...กลับโหวงเหวง
ยิ่งอาการแบบนี้..รู้เลยว่าคนที่จะเข้าใจเรามากที่สุดคือ "พริส"
สรุปอาการกันกับเพื่อนหลังจากได้เจอกัน 2 วัน..มีความสุขมากกก
เพื่อนๆ จ๋า..ที่เห็นฉันเอ๋อๆ หน้าสลดๆ นั่นน่ะ ฉันมีความสุขนะแก แต่ฉันแค่ยิ้มไม่ออก
ได้พูดคุยกับเพื่อนแล้วดีขึ้น...ไม่รู้จะพูดกับใครเพราะอธิบายไม่ถูก
มันไม่ได้มีเรื่องเครียด หรือทุกข์กับอะไรเลย
ชีวิตทุกอย่างกำลังเป็นไปในทางดี แต่ทำไมจิตมันตก มันหดหู่
หวาดระแวงแล้วก็ฟุ้งซ่านแบบควบคุมไม่ได้แล้วสุดท้ายก็พังทุกอย่าง(ที่ว่าจะดีๆ)ลงหมด(ด้วยมือตัวเอง)
พริสแบ่งยา..มาให้จำนวนหนึ่ง กินแล้วหลับเป็นหมาหงอย..สรุปว่าดีขึ้น
วันนี้ หาอะไรทำทั้งวัน ออกไปพบเจอคนข้างนอกกับพี่ๆ
เริ่มทานอาหารได้มากกว่า 2-3 วันก่อน....
แต่อาการที่เหลือคือ น้ำตาจะไหลกับสิ่งเลวๆ ที่ทำมันพังลงไปกับมือ..ในช่วงอาทิตย์จิตตกที่ผ่านมา
ที่เหลือตอนนี้คือ ต้องพยายามกลับไปแก้ไขให้ได้
ไม่ว่าจะได้คืนหรือไม่ได้คืนมันคือผลของสิ่งที่ฉันทำลงไปเองทั้งนั้น....
เมื่อวานคิดถึงเพื่อนเก่าคนนึง
โทรไปหา หลังจากที่ไม่ได้คุยกันมานาน
เพื่อนจับสังเกตุอาการได้จากเสียง
ฉันบอกไปว่า "ไม่รู้เป็นอะไรแต่รู้สึกคว้าง ใจมันโหวงๆ เคว้งๆ"
"อาจจะเพราะตอนนี้คนที่คุยด้วยเป็นประจำอย่างตาล พริส หวาน พี...ไม่อยู่หนีไปนอกกันหมด"
เพื่อนคนนั้นตอบกลับมาว่า
"ก็แกเองไม่หันดูคนอื่นๆ ที่เป็นห่วงอีกรอบๆ ตัว แกรู้จักคนโน้นคนนี้เยอะไปหมด"
"แกรู้จักแบบไม่เลือกแล้วก็ไม่รู้..ว่าจริงๆ แล้วคนที่ห่วงแกเป็นใคร"
"ใครที่คอยให้แกเข้าไปหา ไปคุย ใครที่คอยจะรับฟัง"
เหวอไปเหมือนกัน
สรุปว่า...ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวจริงๆ
อีกแล้ว...ที่สมองฉันทำร้ายให้ฉันเป็นทุกข์
มันคิดไปเองทั้งหมดทั้งสิ้น เหงา ไม่มีใคร...จริงๆ มีอยู่เยอะแต่ไม่มอง
เออออออ วันนี้รู้สึกว่าปลดปล่อยระดับนึง กลางคืนคิดถึง"พริส"อีกแล้ว
เพราะถ้ามันอยู่ คงต้องโทรหาแล้วก็บ่นๆๆๆให้มันฟัง
ก็เลยอัพไดดีกว่า...
จบเรื่องตัวเองซะที
อาทิตย์ก่อนดับความเบื่อด้วยการพาลูกไป"เมืองโบราณ"มากับแก็งค์เดิมๆ
พี่ติ่ง พี่อง น้องเอย น้องจ๋า
ดูรูปดีกว่าเนอะ
ปิดท้ายด้วยรูป product ใหม่นวัตกรรมทำให้หน้าผอมในพริบตา
อิอิ
ดูออกไหมว่าทำแล้วอ่ะค่ะ
หน้าโทรมไปหน่อยแต่ขอย้ำนี่ดีขึ้นแล้วนะคะ
หลังจากปล่อยตัวเองเป็นผีมาหลายอาทิตย์
ไม่รู้เหมือนกันว่าหน้าเล็กลงเพราะกินไม่ลงหรือเพราะไอ้สาร Nano ตัวนี้กันแน่
เดี๋ยวจะไปกินยาวิเศษของ"เพื่อนพริส"แล้วข่มตานอนให้หลับแล้ว
คิดถึงแกนะ |