ตอนแรกว่าจะอัพไดหน้านี้ด้วยเรื่องของ trip หัวหินที่เพิ่งกลับมาซะหน่อย
พอจะเริ่มพิมพ์ดันมานึกถึงเรื่อง"หัวใจ" หัวใจ ซะก่อน 
.............................................................................
ไม่รู้เหมือนกันว่าช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นกับคนรอบๆ ตัว ทุกคนดูเหมือนจะมีปัญหากับ "หัวใจ" กันเหลือเกิน
เริ่มต้นจาก...พี่สาว"ป", น้องสาว"ห", เพื่อนสาว"ต", เพื่อนสาว"อ", และน้องคนหนึ่งที่ไม่เคยได้เห็นหน้ามาก่อนในชีวิต???งงมะ ไม่ต้องงงเดี๋ยวเล่าให้ฟัง
สงสัยช่วงนี้บนหน้าผากมี tattoo ล่องหนสลักว่า "ศิราณี"ดึงดูดคนเข้ามาปรึกษาหรือ..
เพราะเห็นฉันผ่านโลกโลกีย์นี้มาเยอะก็ไม่รู้
ใช่ว่าฉันจะเก่งกาจอะไรนักหนาเรื่องนี้
ส่วนใหญ่ได้แต่รับฟังแล้วก็เอาสิ่งที่ตัวเองเคยเป็น เคยบ้า บ้าแล้วไม่เวิร์ค
มาเล่าย้อนให้คนเหล่านั้นฟัง ว่าแบบนี้ แบบนั้นอย่าทำเลย....
แล้วก็เอาส่วนที่ดี วิธีต่างๆ ที่ใช้แก้ปัญหาแล้วโอเค..ทุกอย่างเบาขึ้น
มาบอก มาแบ่งให้ฟัง
คนเราส่วนใหญ่เวลาที่รัก หรือ"หลง" ใครแล้วมันมักจะรักเขามากกว่าตัวเอง
ปิดหู ปิดตา ไม่รับรู้ข้อมูลในทางลบต่างๆ ที่คนอื่นๆ เตือน
และจะมีความ "คาดหวัง" เข้ามาเป็นส่วนประกอบ
จนกระทั่งวันหนึ่งที่เริ่มรู้ด้วยตัวเองว่า มันชักมีกลิ่นตุๆ ชักไม่ดีซะแร้ว
ถึงได้ยอมที่จะเปิดใจ เปิดหู ฟังคนรอบข้าง
แล้วส่วนใหญ่..ก็จะช้าเกินไป...
ที่ผ่านมาฉันสรุปกับตัวเองได้ว่า "ปัญหาเรื่องความรัก" มันเป็น pattern
ปัญหาต่างๆ ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่..มีอยู่ไม่กี่เรื่องที่เป็นปัจจัยให้เกิดความขัดแย้ง
แต่..ทั้งนี้ ทั้งนั้น บุคคลที่ 3 ให้คำปรึกษาไปก็เท่านั้นเพราะเวลาคบกันคบกันแค่ 2 คน
2 วันก่อนนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟร้านประจำ
มีน้องคนหนึ่งอายุประมาณไม่เกิน 25 นั่งเหม่อๆ หมองๆ ตาลอยอยู่ตรงข้ามฉัน
ตาลอยอยู่ได้สัก 3 ชม.ก็หันมาคุยกับฉันขอยืมโทรศัพท์..แล้วก็ขอให้ช่วยอะไรบางอย่าง
น้องคนนี้ฉันไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
ถามที่มาที่ไปก็รู้ว่าตั้งท้องได้ 5 เดือน..มาจากเชียงใหม๋เพื่อมา"เคลียร์"
เดาเรื่องออกหรือยังคะว่าน้องเขามาดักใคร และจะเคลียร์เรื่องอะไร
ผู้ชายคนนั้นอายุราวๆ พ่อของน้องคนนี้ค่ะ หนีหน้าตลอด
แถมใส่ร้ายน้องเขาให้ใครๆ ฟังว่าน้องคนนี้สติไม่ดี
...............ต่างๆ นานา
เรื่องนี้จบลงที่ว่า พ่อของเด็กในท้องบอกว่า "กลับเชียงใหม่ไปซะแล้วให้พ่อแม่เธอเลี้ยงก็แล้วกัน"
เดากันเอาเองว่าเด็กคนนี้จะเป็นยังไงต่อ...
เรื่องนี้เกิดขึ้น 2 วันมาแล้วค่ะเมื่อเช้าน้องเขาโทรมาขอบคุณ
แล้วก็บอกว่าพ่อกับแม่บินตามมาจากเชียงใหม่แล้ว แล้วก็คิดว่าจะเลี้ยงลูกกันเอง
ฉันได้แต่บอกว่า "ไม่เป็นไร" แล้วก็รู้สึกเหมือนมีน้องสาวเพิ่มมาอีกคน
ให้กำลังใจเขา แล้วก็บอกน้องเขาจากประสบการณ์ตรงที่ตัวฉันเองเรียนรู้มาแล้วก็พูดกับหลายๆ คนไปแล้วเหมือนกันว่า "จำไว้นะคะ ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ครอบครัวของเรา พ่อ แม่ เราสำคัญที่สุด ไม่มีใครในโลกที่จะรักและสนใจเราเท่ากับครอบครัวเราอีกแล้วในโลกนี้"
ฉันเองก็บอกตัวเอง เตือนตัวเองไว้ตลอดเหมือนกัน
"ต่อไปนี้อย่าได้รักใครมากกว่าตัวเอง มากกว่าลูก มากกว่าแม่"
บทสรุปไดฉันหน้านี้
อยากบอกว่า
เวลาที่รักใครสักคน ลองหามุม หาตำแหน่งที่เหมาะสมให้เขาอยู่ให้ได้ค่ะ
เราควรจะรักเขาแค่ไหน..วางเขาอยู่ตรงไหนของชีวิตเราดี
เขาต้องอยู่ในที่ของเขา เป็นแค่บางส่วนของชีวิตเรา
ไม่ใช่ทั้งหมด...
อย่าให้เขามามีอำนาจกับความรู้สึก อารมณ์ และชีวิตของเรามากเกินพอดี
เพราะวันหนึ่ง
ถ้าเขาไม่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราอีกต่อไป
ในเวลาที่เรายังไม่ได้เตรียมตัว เตรียมใจ
คนที่อยู่ไม่ได้
"คือตัวเราเอง"
แล้วมันจะกระทบทั้งหมด ทั้งการงาน ทั้งคนที่รักเราเขาก็จะไม่สบายใจไปด้วย
ทุกวันนี้ที่ฉันอยู่ได้..พอยืนได้..
เพราะฉันจัดวางได้แล้ว
อยู่ในที่ๆ พอดี
เคยวิ่งตาม ก็หยุดซะ
เคยคิดถึงในทุกลมหายใจ ก็ต้องลืมๆ ซะบ้าง
เคยมีเขาในทุกๆ ที่ที่ไป ก็ลองไปเองคนเดียวดูบ้าง
หาความสุขให้ตัวเองให้ได้โดยที่ไม่เอาขา เอาความสุขของเราไปผูกอยู่กับคนอื่น..
แรกๆ ก็ทำยาก
แต่ลองดูนะคะ "นิ่ง"เข้าไว้ แล้วจะพบว่า
วันนึงที่เราทำได้-โอ๊ย ฉันเก่งจัง
ฉันยิ้มได้ หัวเราะกับตัวเองได้ มีความสุขได้โดยไม่ต้องมีคนอื่น
เธออยู่ด้วย ฉันก็มีความสุข เธอไม่อยู่ ฉันก็สุขเหมือนกัน
วันที่เรา "นิ่ง" วันที่เรา"มีความสุข"
มันจะมีพลังงาน "เย็น"ดึงดูดให้คนวิ่งกลับมาหาเราเองค่ะ
อาจไม่ใช่คนที่เราคิดไว้นะคะ เพราะธรรมชาติคนมักต้องการวิ่งหาที่เย็นอยู่แล้ว
แล้ววันนั้นคิดใหม่ให้ดีๆ แล้วกันนะคะ
ว่าเราจะยังต้องการคนอื่นๆ อยู่หรือเปล่า
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับ"ความรัก"(กับตัวเอง)ค่ะ
Y I P P Yyyyyyy.... |